Motorshow 2015

ดูคาติเปิดตัวบิ๊กไบค์โมเดลใหม่ 3 ตระกูลที่มอเตอร์โชว์

ดูคาติเปิดตัวที่สุดของบิ๊กไบค์

โมเดลใหม่ 3 ตระกูลในมอเตอร์โชว์

ดูคาติไทยแลนด์เปิดตัวนิตยสาร Ducati Thailand ตอกย้ำเอกลักษณ์แห่งผู้นำเน็คเก็ตไบค์ เปิดตัว Monster 821 สานต่อนวัตกรรมขั้นสุดของซูเปอร์ไบค์ 1299 Panigale เอาใจขาลุย Multistrada 1200S โมเดล 2015 เซอร์ไพรส์แฟนพันธุ์แท้ World Superbike จัดรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น 899 Panigale Superbike Team 10 คัน พร้อมส่งโปรฯ ค่าบำรุงรักษาฟรีสูงสุด 4 ปีในมอเตอร์โชว์ 2015

อภิชาติ ลีนุตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดูคาทิสติ จำกัด หรือ ดูคาติไทยแลนด์ กล่าวถึงการมีส่วนร่วมในงานมหกรรมยานยนต์ มอเตอร์โชว์ ครั้งนี้ว่า “ในปีนี้ ดูคาติไทยแลนด์ได้มีการเปิดตัวนิตยสารดูคาติไทยแลนด์เป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นนิตยสารรายปีที่บอกเล่าความเป็นมา และข่าวสารของดูคาติไทยแลนด์ รถโมเดลต่างๆ เรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ อาทิเช่น เคล็ดลับการควบคุมบิ๊กไบค์ ทริปที่แนะนำให้ไปขี่รถท่องเที่ยว เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้นำรถโมเดลใหม่มาเปิดตัวในงานมอเตอร์โชว์ 3 ตระกูล ซึ่งแต่ละโมเดลเป็นเทคโนโลยีขั้นสุด ทั้งตระกูลเน็คเก็ตไบค์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก รถซูเปอร์ไบค์ที่เป็นจิตวิญญาณของแบรนด์ดูคาติ และรถทั่วริ่งที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่สามารถตอบสนองให้ผู้ขับขี่เข้าถึงสัญชาตญาณของรถด้วยการขับขี่ที่ง่ายขึ้น”

รถจักรยานยนต์ดูคาติที่นำมาเปิดตัวในงานได้แก่

  1. Ducati Monster 821 ใหม่หมดจดทั้งเทคโนโลยีและสมรรถนะ ภายใต้รูปโฉมที่ดุดัน แฝงไปด้วยพละกำลังจากเครื่องยนต์ 821cc.Testastretta 11 L-Twin Desmodromic 4 Valves ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ Sport, Touring และ Urban มั่นใจในทุกสถานการณ์กับระบบความปลอดภัยอย่าง Ducati Traction Control และ ABS ด้วยน้ำหนักตัวเพียง 179.5 กก. เบาะปรับระดับได้ (785 – 810 มม.) Monster 821 มาพร้อมสีดำราคา 469,900 บาท และสีแดงราคา 479,900 บาท
  2. Ducati 1299 Panigale ความลงตัวระหว่างดีไซน์และนวัตกรรมใหม่ ทั้งด้านดีไซน์ที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ผสานกับเทคโนโลยีที่ช่วยเหลือในการขับขี่ให้มั่นใจยิ่งขึ้น เช่น ระบบเบรกสำหรับการเข้าโค้ง ระบบกระจายแรงเบรก ระบบช่วยทรงตัว รวมถึง Ducati Quick Shift Up/Down ที่สามารถช่วยให้คุณเปลี่ยนเกียร์ได้ทั้งขึ้นและลงโดยไม่ต้องใช้คลัทซ์ 1299 Panigale คือคำตอบแก่ผู้หลงใหลความเร็วอย่างสมบูรณ์แบบ โดย 1299 Panigale ราคา 1,398,00 บาท และ 1299 Panigale S ราคา 1,799,990 บาท
  3. Ducati Multistrada MY 2015 “เพราะชีวิตคือการเดินทาง” พบนิยามใหม่ที่ทำให้การเดินทางของคุณสมบูรณ์แบบ กับ New Multistrada 1200 สุดยอดด้วยนวัตกรรมเครื่องยนต์ 1,198 ซีซี Testastretta DVT ผสมผสานกับเทคโนโลยี 4 โหมดการขับขี่ Sport, Touring, Urban และ Enduro พร้อมคันเร่ง Ride-by-Wire และ Cruise Control เพื่อช่วยลดภาระของผู้ขับขี่เมื่อต้องเดินทางไกล ผนวกกับ Ducati wheelie control ระบบช่วยกันการลอยตัวของล้อหน้า ที่จะเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ของคุณในทุกสภาพพื้นผิวที่คุณพุ่งทะยาน พิเศษสุด กับ Ducati Skyhook Suspension EVO ระบบช่วงล่างหน้า-หลังอัจฉริยะที่ปรับสภาพอัตโนมัติตามสภาพถนนใน Multistrada 1200S โดยมาพร้อมสีแดงและสีขาว ราคา 1,490,000 บาท

นอกจากนี้ ทางดูคาติไทยแลนด์ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการให้นักแข่งรถดูคาติที่คว้าแชมป์ World Superbike 3 สมัยอย่าง “ทรอย เบลิส” มาร่วมเปิดตัวรถ 899 Panigale Superbike Team Limited Edition เพื่อเป็นการฉลองการแข่งขัน World Superbike ที่จัดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย โดยดูคาติจัดทำรถ 899 Panigale Superbike Team Limited Edition

ที่มีสีและลายเดียวกับรถแข่ง Aruba.it Racing – Ducati Superbike Team มาพร้อมท่อไอเสียไทเทเนียมจาก Akrapovic (ใช้สำหรับการแข่งขันเท่านั้น), Race Windshield, ฝาถังน้ำมันจาก Ducati Performance, ท้ายสั้นพร้อมไฟเลี้ยวในตัวแบบ LED ซึ่งจัดทำขึ้นเพียง 10 คันเท่านั้น โดยราคาอยู่ที่ 919,000 บาท โดยผู้ที่ได้ครอบครองรถทั้ง 10 ท่านจะได้รับสิทธิ์เรียนฟรีใน DRE Racing Course และได้รับเสื้อยืด Ducati Corse พร้อมลายเซ็นขอบคุณจาก Chaz Davies และ Troy Bayliss นักแข่งของทีม Aruba.it Racing – Ducati Superbike Team

สำหรับ Ducati Scrambler ในงานนี้มีไฮไลท์อยู่ที่ Scrambler Dirt Tracker ซึ่งทีมวิศวกรและช่างของดูคาติไทยแลนด์ ได้รับโจทย์ท้าทายให้ทำรถ Scrambler ในรูปแบบของตนเอง ทีมงานจึงต้องการทำรถแข่งสไตล์ dirt track แต่ยังคงความทันสมัยและพรีเมี่ยม จึงออกแบบให้ Scrambler Dirt Tracker มีความดิบแต่หรูหรา โดยการนำถังน้ำมันเดิมมาลอกสีออก แล้วปัดลายด้วยมือเพื่อความเรียบง่ายอย่างมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ฝาถังน้ำมันใช้แบบสไตล์แข่งขันที่สามารถเปิดปิดอย่างรวดเร็วโดยเป็นอุปกรณ์จาก Ducati Performance ไฟหน้าใช้รูปแบบคล้ายกับแผงติดหมายเลขของรถแข่ง

แต่ยังคงความเป็นแฟชั่นแนวร่วมสมัย โดยการใช้อลูมิเนียม และหลอดไฟ LED แฮนเดิลบาร์ถูกปรับระดับให้ต่ำลง ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น เบาะนั่งทำจากหนัง Nubuck ซึ่งเข้ากันได้ดีกับแผงข้างถังน้ำมันที่ถูกหุ้มด้วยหนังชนิดเดียวกัน Scrambler Dirt Tracker มาพร้อมท่อ Titanium Slip-on สีดำที่ให้ความดุดันแต่แฝงไปด้วยความพรีเมี่ยม ล้อหน้า 3×18” และล้อหลัง 5.5×17” Scrambler Dirt Tracker จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ในการนำ Ducati Scrambler มาตกแต่งให้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นอกจากนี้ ลูกค้าที่มาร่วมงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ จะได้พบกับข้อเสนอพิเศษสุด คือ Ducati Worry Free Program ฟรีค่าบำรุงรักษา 2 ปีหรือ 25,000 กิโลเมตร ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการดูแลรักษาตามระยะที่กำหนด ค่าแรงช่างผู้ชำนาญจากดูคาติ และค่าอะไหล่แท้ของดูคาติสำหรับลูกค้าที่จองรถ Monster 821 และค่าบำรุงรักษาฟรีเป็นระยะเวลา 4 ปีหรือ 30,000 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการเข้ารับบริการดูแลรักษาตามระยะที่กำหนด รวมถึงค่าแรงช่างผู้ชำนาญจากดูคาติ และค่าอะไหล่แท้ของดูคาติสำหรับลูกค้า Ducati Scrambler

Comments are closed.