Motorshow 2019

เรนาสโซ มอเตอร์ อวดโฉม “ลัมโบร์กินี” ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับโลก

Sponsored By KC Automotive Passion

KC Automotive

เรนาสโซ มอเตอร์ อวดโฉม “ลัมโบร์กินี”

ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับโลก

Lamborghini Management and Celebrity

เรนาสโซ มอเตอร์ ในเครือชาริช โฮลดิ้ง ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำซูเปอร์สปอร์ตคาร์สายพันธุ์กระทิงดุอย่าง “ลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว” ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ดีไซน์สปอร์ตหรูใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์ V10 “ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ เอสวีเจ” รถยนต์แบบโปรดักชั่นที่สามารถทำลายสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในสนามนูเบิร์กริงและ “ลัมโบร์กินี อูรุส” Super SUV คันแรกของโลก จัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40

Mr.Sak Nana, Mr.Davide Sfrecola, Mr.Jaturon Komolmit, Mr.Apichat Leenutaphong

คุณอภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 56 ปีที่ผ่านมา ลัมโบร์กินี ทำให้คนทั่วโลกสัมผัสได้ถึงดีเอ็นเอความเป็นแบรนด์สุดยอดรถซูเปอร์คาร์หรู จากการสรรสร้างพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างไม่หยุดยั้ง และการทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ลัมโบร์กินีจึงเป็นแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์สัญชาติอิตาเลียนที่เป็นผู้นำทางด้านยนตรกรรมระดับโลก ด้วยดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และมีสมรรถนะที่เร้าใจ ส่งผลให้ลัมโบร์กินีเป็นมากกว่ารถสปอร์ตทั่วไป และเป็นรถที่ผู้คนทั่วโลกปรารถนาที่จะครอบครอง ซึ่งเรนาสโซ มอเตอร์ ต้องการต่อยอดจุดแข็งของลัมโบร์กินี ด้วยการสร้างความแข็งแกร่งให้มีการพัฒนาและเติบโตในประเทศไทย”

สำหรับซูเปอร์สปอร์ตคาร์สุดหรูที่มาจัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 (The 40th Bangkok International MOTOR SHOW) ตั้งแต่วันนี้ – 7 เม.ย.62 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี มีดังนี้

  1. “Lamborghini Huracán EVO” (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน อีโว)

Lamborghini Huracan Evo

ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ เครื่องยนต์ V10 Naturally-aspirated อันทรงพลังและได้รับการถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่มาจาก Lamborghini Huracan Performante (ลัมโบร์กินี ฮูราแคน เพอร์ฟอร์มานเต้) ด้วยพละกำลังสูงสุด 640 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ช่วยให้ Huracán EVO ทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 2.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 325 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดีไซน์ตัวถังด้วยอลูมิเนียมผสมกับคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ตัวรถมีน้ำหนักเพียง 1,422 กิโลกรัม ช่วยให้ระยะเบรกจาก 100-0 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีระยะเพียง 31.9 เมตร มาพร้อมเทคโนโลยี Lamborghini Dinamica Veicolo Integrata (LDVI) ระบบสมองกลอัจฉริยะที่ประมวลผลความต้องการล่วงหน้าของผู้ขับขี่จากการใช้งานตัวรถตามโหมดการขับขี่ จากนั้นจึงสั่งการควบคุมประสิทธิภาพการทำงานระบบต่างๆ ของตัวรถ เช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบเลี้ยวล้อหลัง เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็ว ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมประสิทธิภาพของหลักอากาศพลศาสตร์ที่ดีขึ้นกว่าเดิม 5 เท่า นอกจากนี้ ยังมีระบบ Infotainment มาพร้อมจอทัชสกรีนขนาด 8.4 นิ้ว ที่บริเวณคอนโซลกลาง รองรับฟีเจอร์การเชื่อมต่อมากยิ่งขึ้น เพื่อวิวัฒนาการเหนือระดับสู่สุนทรียภาพแห่งการขับขี่สูงสุด ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 24.59 ล้านบาท

  1. Lamborghini Urus (ลัมโบร์กินี อูรุส)

Lamborghini Urus

Super SUV คันแรกของโลก ที่ถ่ายทอด DNA ของลัมโบร์กินีอย่างแท้จริง ผสมผสานกับความเอนกประสงค์ของรถ SUV ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะอันทรงพลัง ที่มาพร้อมกับนิยามว่า “SINCE WE MADE IT POSSIBLE” ด้วยเครื่องยนต์ V8 Twin-turbo ให้พละกำลัง 650 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตันเมตร ที่มาตั้งแต่รอบต่ำ ส่งผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ ชม. ในเวลาเพียง 3.6 วินาที และทำความเร็วสูงสุดกว่า 300 กม./ ชม. ดังนั้น อูรุสจึงมาพร้อมจานเบรกแบบคาร์บอนเซรามิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาด 440 มม. ในด้านหน้า และขนาด 370 มม.ในด้านหลัง ทำให้ระยะเบรกจาก 100-0 กม./ ชม. มีระยะเพียง 33.7 เมตรเท่านั้น ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมความดุดันของอูรุสผ่าน Tamburo – Lamborghini driving dynamics control ได้ถึง 4 โหมด และยังปรับแต่งรูปแบบการขับขี่ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ผ่าน EGO mode นอกจากนี้ ยังสามารถติดตั้งโหมดพิเศษเพิ่มเติม อย่างโหมด Terra (ออฟโรด) และโหมด Sabbia (ทะเลทราย) ที่ช่วยให้ทุกเส้นทางเป็นเรื่องสนุกสำหรับคุณ ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 23.42 ล้านบาท

  1. “Lamborghini Aventador SVJ” (ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ เอสวีเจ)

Lamborghini Aventador SVJ

รถยนต์แบบโปรดักชั่นที่สามารถทำลายสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในสนามแข่งระดับโลก อย่างสนามนูเบิร์กริง (ด้วยเวลาเพียง 6.44.97 นาที) ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ที่สามารถรีดพละกำลังสูงสุดถึง 770 แรงม้า ช่วยให้ทะยานจาก 0-100 ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาที มาพร้อมกับระบบอากาศพลศาสตร์ ALA (Aerodynamica Lamborghini Attiva) 2.0 ที่ถูกพัฒนาให้ทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพในการจัดการอากาศได้ดีกว่ารุ่น อเวนทาดอร์ เอสวี ถึง 40% ส่งผลให้อเวนทาดอร์ เอสวีเจ เป็นกระทิงเปลี่ยวที่ดุดันที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ลัมโบร์กินี โดยลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์ เอสวีเจ เป็นรถลิมิเตด อิดิชั่นมีเพียง 900 คันทั่วโลก สำหรับราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 44.5 ล้านบาท

Lamborghini

Sponsored By KC Automotive Passion

KC 2

Comments are closed.