BizNews

สนามทดสอบรถ ลอมเมล รวมความแย่จากถนนทั่วโลก

 

สนามทดสอบรถ ลอมเมล เบลเยี่ยม

แรงบันดาลใจ จากถนนที่แย่ที่สุดในโลก

ฟอร์ด จำลองสถานการณ์ไว้ในสนาม ลอมเมล เบลเยี่ยม สำหรับผู้ขับขี่ที่เคยมีประสบการณ์การขับรถที่ทำให้คุณต้องใจหายใจคว่ำในระหว่างขับรถผ่านหลุมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่กลับกลายเป็นหลุมถนนที่แย่ที่สุดเท่าที่คุณเคยเจอมา และสิ่งที่ผู้ขับขี่ต้องเจอนั้นทำให้เขาหวาดกลัวและเข็ดขยาดที่จะต้องขับเข้าไปใกล้หรือขับผ่านเส้นทางเหล่านี้อีกต่อไป

สนาม ลอมเมล เบลเยี่ยม ได้จำลองถนนหนทางที่แย่ที่สุดจากทั่วโลกเป็นระยะทาง 1.5 กิโลเมตรในสนามทดสอบรถยนต์ เพื่อให้มั่นใจว่ารถคันใหม่นี้จะสามารถทนต่อสภาพถนนอย่างหลุมถนนที่แย่ที่สุด หรือพื้นผิวถนนที่ยากลำบากในการขับขี่ ไม่ว่าคุณจะขับรถฟอร์ดไปที่ใดในโลก

วิศวกรของฟอร์ด เดินทางไปสำรวจถนนหนทางที่มีสภาพแย่ที่สุดกว่า 100 แห่งใน 50 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน อินเดีย และออสเตรเลีย เพื่อจำลองสภาพถนนเหล่านี้ไว้ที่สนามทดสอบรถยนต์ในลอมเมล ประเทศเบลเยี่ยม สภาพถนนที่แย่และเป็นหลุมเหล่านี้ ซึ่งมาจากแบบสอบถามที่เราได้รับจากลูกค้าที่ขับขี่ไปยังถนนและเส้นทางเหล่านี้จนรถของตนได้รับความเสียหาย เป็นสิ่งที่ทีมวิศรกรของฟอร์ดให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง

“รายงานความเสียหายจากลูกค้าแสดงให้เห็นว่า สภาพถนนที่ไม่ดี คือปัจจัยสำคัญที่ก่อความเสียหายให้กับรถยนต์ของลูกค้า” อีริค ชอง ชาลี ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคและความทนทานของฟอร์ดที่สนามทดสอบลอมเมล ประเทศเบลเยี่ยมกล่าว “สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรารู้ว่า ลูกค้าของเราจะขับรถไปเจอสภาพถนนแบบใดบ้าง เพื่อให้เราสามารถจำลองสภาพถนนเหล่านี้ในสนามทดสอบของเรา”

ก่อนที่ทีมวิศวกรจะเดินทางไปสำรวจและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับหลุมตามถนน และพื้นผิว ทีมงานได้ส่งแบบสอบถามไปให้ลูกค้าในจีนและอินเดียเพื่อถามเกี่ยวกับสภาพถนนและเส้นทางในสถานที่ต่างๆ และจากแบบสอบถามนี้ทำให้ทีมวิศวกรสามารถระบุถนนที่พื้นผิวแย่ หรือสภาพไม่ดีได้ตามที่ลูกค้าบอก เพื่อใช้วางแผนในการทดสอบรถยนต์ต่อไป

การสำรวจนี้ครอบคลุมเส้นทางมากกว่า 1,000 กิโลเมตรจากเชนไนถึงมุมไบ ประเทศอินเดีย ซึ่งสภาพถนนดังกล่าวได้รับความเสียหายจากมรสุมและพายุฝน อีกเส้นทางคือจากปักกิ่งไปเซี่ยงไฮ้ในประเทศจีน นอกจากนี้ทีมงานยังได้ไปสำรวจถนนหนทางและเส้นทางนอกเมืองฉงชิง ประเทศจีน และแถบชนบทในออสเตรเลียอีกด้วย

ผลสำรวจที่เราพบในทุกๆ การเดินทางในเอเชียแปซิฟิกคือ ความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงของถนนในเมือง ถนนนอกเมืองและในชนบท สภาพถนนที่แตกต่างกันเช่นนี้ ยิ่งทำให้เราต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและออกแบบรถยนต์ที่สามารถขับขี่ได้ในสภาพพื้นผิวถนนที่แตกต่างกันไปมาได้ในระยะยาว

รถที่เราใช้ขับขี่เพื่อการสำรวจและเก็บข้อมูลตลอดเส้นทางสำรวจนี้ ได้รับการออกแบบและติดตั้งด้วยเครื่องมือทางเทคนิคชั้นสูงเพื่อการสำรวจและตรวจสอบสภาพถนน และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับรถยนต์ที่ขับผ่านเส้นทางเหล่านี้ในทุกรายละเอียด

เครื่องมือที่ติดตั้งมากับรถคันดังกล่าวนี้จะมีคุณสมบัติคล้ายกับเครื่องมือที่นักแผ่นดินไหวใช้ในการศึกษาแผ่นดินไหว เครื่องมือดังกล่าวช่วยให้วิศวกรสามารถตรวจวัดผลกระทบของสภาพพื้นผิวถนนกับระบบกันกระเทือนและระบบอื่นๆ ในรถยนต์ โดยล้อแต่ละล้อของรถจะมีขนาดพอดีกับจอมอนิเตอร์เพื่อตรวจวัดข้อมูลต่างๆ ของตัวรถยนต์ขณะขับผ่านร่องหลุมต่างๆ ที่ความเร็ว 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หลังจากนั้น ทีมวิศวกรก็จะใช้อุปกรณ์แบบ 3D mapping เพื่อทำการบันทึกขนาดของร่องหลุมตามจริงในทุกๆ ด้าน นอกจากนี้ เรายังพิจารณาสภาพพื้นผิวถนน ความเร็วขณะขับขี่ และสไตล์การขับขี่ของผู้ขับขี่ในประเทศและพื้นที่นั้นๆ ควบคู่กันไปอีกด้วย

ข้อมูลที่รวบรวมได้จากการเดินทางสำรวจเส้นทางในเอเชียแปซิฟิกนี้ ทำให้วิศวกรสามารถจำลองสภาพถนนทั้งในอินเดีย จีน และออสเตรเลียมาไว้ที่สนามทดสอบรถที่ ลอมเมล ประเทศเบลเยี่ยม เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ของเราได้ผ่านการทดสอบจากสภาพถนนแบบต่างๆ ที่ใกล้เคียงสภาพถนนจริงของผู้ขับขี่

สนามทดสอบรถยนต์ซึ่งเริ่มสร้างขึ้นเมื่อ 50 ปีที่แล้วแห่งนี้ได้เติบโตและพัฒนาขึ้นอย่างมั่นคง ขณะนี้ ทีมวิศวกรของเราสามารถจำลองสภาพถนนต่างๆ จากทั่วโลก รวมทั้งหลุมถนนในแถบชนบทของออสเตรเลีย และท้องไร่ในอินเดีย เพื่อให้มั่นใจว่า รถยนต์รุ่นต่างๆ ของฟอร์ดที่มีจำหน่ายทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ด เฟียสต้า มอนเดโอรุ่นใหม่ และคูก้า นี้ได้การทดสอบและทดลองขับในถนนจำลองจากทั่วโลกมาแล้ว

รถยนต์รุ่นต่างๆ จะผ่านการทดสอบในระยะทาง 1.5 กิโลเมตรมากกว่า 5,000 ครั้ง เพื่อจำลองความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับรถยนต์อายุ 10 ปีภายในระยะเวลาการทดสอบเพียง 6 เดือน และการทดสอบขับรถนี้ยังรวมถึงการขับขี่บนพื้นผิวที่เป็นโคลนเป็นเกลือ การปิดประตูแรงๆ และการทดสอบวัดความสึกกร่อนที่เกิดจากความชื้นด้วย

Potholes Graphic

Comments are closed.