เชฟวี่ โคโลราโด พร้อมรายละเอียดเงินคืนรถคันแรก

เชฟวี่ โคโลราโด รถกระบะอเมริกันพันธุ์แกร่ง รุ่นใหม่ล่าสุด ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์ความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาตลอด 100 ปีของเชฟโรเลต อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของรถกระบะ และถูกทดสอบในทุกขีดจำกัดของสภาวะการขับขี่อย่างสุดขั้วทั่วโลก เพื่อให้แน่ใจว่า โคโลราโด ใหม่ พร้อมตอบสนองทุกการใช้งาน และทุกความต้องการของลูกค้าทุกคนอย่างแท้จริง

บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มทยอยส่งมอบรถกระบะเชฟวี่ โคโลราโด รุ่นใหม่ล่าสุดสู่ศูนย์ผู้แทนจำหน่ายเชฟโรเลต ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป (ยกเว้นศูนย์ผู้แทนจำหน่ายเชฟโรเลตที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย) สอดคล้องกับช่วงเวลาที่สื่อมวลชนจะได้ทดสอบขับโคโลราโด รุ่นใหม่ล่าสุดก่อนใครในโลก

เชฟวี่ โคโลราโด ใหม่ มีทั้งหมด 26 รุ่น แตกต่างตามเครื่องยนต์ รูปแบบตัวถัง ส่วนสูงของตัวรถ โดยมีราคาเริ่มที่ 497,000 – 998,000 บาท (ทุกรุ่นมีระบบปรับอากาศ) ซึ่งเข้าตามหลักเกณฑ์โครงการรถคันแรก ดังนี้

รุ่นรถเชฟวี่ โคโลราโด ราคาจำหน่าย เงินคืน“รถคันแรก”
1 Colorado 2.5L 2WD C-Cab LS1 659,500.00 90,767.22
2 Colorado 2.5L 2WD C-Cab LT 730,000.00 94,964.07
3 Colorado 2.5L 2WD C-Cab LT Z71 765,000.00 98,125.67
4 Colorado 2.8L 2WD C-Cab LT Z71 787,000.00 99,754.73
5 Colorado 2.8L 2WD C-Cab AT LT Z71 835,000.00 100,000.00
6 Colorado 2.8L 2WD C-Cab LTZ 794,000.00 100,000.00
7 Colorado 2.8L 2WD C-Cab LTZ Z71 849,000.00 100,000.00
8 Colorado 2.8L 2WD C-Cab AT LTZ Z71 905,000.00 100,000.00
9 Colorado 2.5L 4WD C-Cab LT Z71 808,000.00 100,000.00
10 Colorado 2.8L 4WD C-Cab LT Z71 838,000.00 100,000.00
11 Colorado 2.8L 4WD C-Cab LTZ Z71 925,000.00 100,000.00
12 Colorado 2.8L 4WD C-Cab AT LTZ Z71 998,000.00 100,000.00
13 Colorado 2.5L 2WD X-Cab LS 584,000.00 19,873.41
14 Colorado 2.5L 2WD X-Cab LS1 594,000.00 19,923.00
15 Colorado 2.5L 2WD X-Cab LT 648,000.00 20,343.52
16 Colorado 2.5L 2WD X-Cab LT Z71 688,000.00 21,342.97
17 Colorado 2.8L 2WD X-Cab LT Z71 718,000.00 21,859.41
18 Colorado 2.8L 2WD X-Cab AT LT Z71 775,000.00 22,308.46
19 Colorado 2.5L 2WD X-Cab LTZ 715,000.00 22,071.39
20 Colorado 2.8L 2WD X-Cab LTZ 745,000.00 22,197.73
21 Colorado 2.8L 2WD C-Cab LT Z71 787,000.00 23,015.41
22 Colorado 2.5L 4WD X-Cab LT 730,000.00 23,392.99
23 Colorado 2.8L 4WD X-Cab LT Z71 773,000.00 23,770.98
24 Colorado 2.8L 4WD X-Cab LTZ Z71 852,000.00 24,728.14
25 Colorado 2.5L 2WD Cab Chassis White 497,000.00 18,821.34
26 Colorado 2.5L 2WD S-Cab LS 537,000.00 19,375.39

 

บึกบึน สมบุกสมบัน โดดเด่นด้วย “ดูอัลพอร์ท” ดีเอ็นเอ เชฟโรเลต

เชฟวี่ โคโลราโด รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมดจด สะดุดตาตั้งแต่หน้าจรดท้ายรถ ตัวถังมีขนาดใหญ่โตขึ้นจากรุ่นเดิมในทุกมิติ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสองชั้น “ดูอัลพอร์ท” ล้อมกรอบโครเมียม และคาดกลางด้วยโลโก้โบไทสีทองเอกลักษณ์เฉพาะของเชฟโรเลต ฝากระโปรงหน้าขนาดใหญ่เน้นสันขอบที่ยกสูงขึ้นจากซุ้มล้อราวสามนิ้ว เพิ่มความบึกบึนขึ้นอย่างชัดเจน

ด้านหน้าของโคโลราโด ยังถูกเติมความดุดันเต็มพิกัดด้วยโคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ อยู่คู่กับไฟตัดหมอกทรงเหลี่ยมล้อมกรอบด้วยโครเมียมในรุ่น LTZ หรูหรามีเอกลักษณ์ และส่องสว่างดียิ่งขึ้น ขณะที่ด้านล่างของกันชนหน้าติดตั้งแผ่นกันกระแทกเสริมความแข็งแกร่งป้องกันการกระแทกอ่างน้ำมันเครื่องหากขับขี่ในเส้นทางสมบุกสมบัน

เสริมความหรูหราด้วยโครเมียมรอบคัน ทั้งที่เปิดฝาท้าย ที่เปิดประตู กันชนหลัง และกระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า ขณะที่ไฟท้ายแนวตั้งเป็นแบบแอลอีดีส่องสว่างชัดเจนยามค่ำคืนพร้อมไฟตัดหมอกหลัง สำหรับล้ออัลลอยใช้ขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 255/65 R17 รับกับโป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่ทั้งหน้าและหลังในรุ่น LTZ และล้อขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 245/70 R16 ในรุ่น LT พร้อมรองรับทุกการขับขี่

โครงสร้างแชสซีส์ของโคโลราโด ใหม่ ได้รับการคำนวณโครงสร้างมาเป็นอย่างดีให้ทนแรงบิดตัวได้ดี พร้อมด้วยคานขวางเสริมแรงถึง 8 จุด “8 Cross members” (ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) และคานขวางเสริมแรง 7 จุด “7 Cross members” (ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ) พร้อมการใช้เทคโนโลยีพัฒนาพื้นผิวตัวรถอย่างพิถีพิถันเพื่อความทนทาน ตลอดจนการประกอบที่เน้นให้ช่องว่างของชิ้นส่วนตัวถังแคบลงกว่าเดิม ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร เพิ่มภาพลักษณ์ความหรูหราเหนือกว่ารถกระบะในระดับเดียวกัน

สำหรับรูปแบบตัวถังของ เชฟวี่ โคโลราโด ใหม่ มีให้เลือก 3 สไตล์

  • Crew Cab – รถปิกอัพสไตล์เอนกประสงค์ 4 ประตู เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และความแข็งแกร่ง พร้อมตอบสนองความสะดวกสบาย และให้ความหรูหราสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตฉีกกรอบอย่างมีสีสัน
  • Extended Cab – รถปิกอัพ 2 ประตูตอนครึ่ง พร้อม Cab Flex หรือแค็บแบบเปิดได้ 90 องศา ออกแบบมาสำหรับการใช้งานแบบเอนกประสงค์ ทั้งในชีวิตประจำวัน การบรรทุกหนัก ตลอดจนการท่องเที่ยว
  • Single Cab – รถปิกอัพ 2 ประตู รองรับทุกการบรรทุกหนัก เพื่อความคุ้มค่าในการใช้งานเชิงพาณิชย์

โคโลราโด ใหม่ มาพร้อมกับสีสันตัวถังถึง 7 สี ได้แก่ สีขาว Alpine White สีเงิน Switchblade Silver สีดำ Black Sapphire สีเทา Royal Gray สีแดง Sizzle Red สีน้ำตาล Auburn Brown และสีน้ำเงิน Oceanic  Blue

ภายในกว้างขวางเอนกประสงค์สะดวกสบาย ดังรถยนต์นั่งสุดหรู

ภายในห้องโดยสารของโคโลราโด ใหม่ ออกแบบด้วยแนวคิด “ดูอัล ค็อกพิท” ดีเอ็นเอเดียวกับรถสปอร์ตในตำนานอย่างเชฟโรเลต คอร์เวทท์ เน้นความไหลลื่นตลอทั้งแผงคอนโซล สร้างความสมดุลภายในห้องโดยสาร ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสัมผัสประสบการณ์แห่งการขับขี่ร่วมกัน การตกแต่งมอบความรู้สึกหรูหรา สะดวกสบาย และตอบสนองทุกการใช้งานอย่างแท้จริง

แผงคอนโซลใช้สีทูโทน สีเบจและสีดำในรุ่น LTZ และ LT เสริมด้วยเมทัลลิกเพิ่มความโฉบเฉี่ยว มาตรวัดเรืองแสงสปอร์ตเต็มพิกัด การดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตเชฟโรเลต คามาโร พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการเดินทาง Data Information Center (DIC) โดดเด่นยามค่ำคืนด้วยแสงสีฟ้าอ่อน (Ice Blue LED illumination) สวยงามแตกต่างจากรถกระบะทั่วไป ขณะที่คอนโซลกลาง ติดตั้งสวิทช์ทรงกลมควบคุมระบบขับเคลื่อน เพียงหมุนปรับเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อนสองล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD Hi/ 4WD Lo ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า สำหรับการบุกตะลุยในทุกเส้นทาง

พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยมีพื้นที่ช่วงไหล่ ศรีษะ และความสูงของเบาะที่นั่งมากที่สุดในรถกระบะระดับเดียวกัน เบาะที่นั่งคู่หน้าปรับสูงต่ำและเลื่อนเข้าออกได้มากกว่าเดิมเพื่อรองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร พร้อมพื้นที่ช่องเก็บของมากมายสไตล์รถกระบะเอนกประสงค์ โดยโคโลราโด เอ็กซ์เทนเดด-แค็บ มีทั้งหมด 19 ช่อง ขณะที่ครูว์-แค็บ มีถึง 20 ช่องเก็บของ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในครบครัน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดิจิตอลที่ให้ความเย็นรวดเร็วกว่าเดิมในทุกสภาพอากาศและเงียบกว่าเดิมจากการปรับปรุงระบบไหลเวียนอากาศใหม่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนโทรลอยู่คู่กับพวงมาลัย 3 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่นขนาดกระชับมือ เครื่องเสียงแบบ 2 DIN เชื่อมต่อด้วยระบบบลูธูท MP3/USB และ AUX ผ่านลำโพง 6 ตัวในรุ่น LTZ

ขุมพลัง “ดูราแมกซ์” ขีดสุดแห่งเทคโนโลยีดีเซล 

ขุมพลังขับเคลื่อนอันร้อนแรงของเชฟวี่ โคโลราโด ใหม่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลดูราแมกซ์ มีขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร ผลิตจากศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซล “จีเอ็ม เพาเวอร์เทรน” ในจังหวัดระยอง ได้รับการพัฒนาโดยทีมวิศวกรระดับโลกของจีเอ็ม ผสมผสานทั้งความทนทาน

ประหยัดน้ำมัน และเปี่ยมด้วยพละกำลัง โดยผ่านการทดสอบอย่างถึงขีดสุดในทุกสภาวะการขับขี่ ทั้งในแอฟริกา เอเชีย อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้

สำหรับเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร เป็นบล็อก 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น พร้อมเทอร์โบ แปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้พละกำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตรที่รอบต่ำเพียง 2,000 นาทีสำหรับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และแรงบิด 440 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาทีสำหรับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

ขณะที่เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตรของโคโลราโด เป็นแบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์เช่นกัน โดยให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

วิศวกรของจีเอ็มเน้นพัฒนาเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ทั้ง 2 รุ่นของโคโลราโด ใหม่ ให้มีแรงบิดสูงในรอบต่ำ เหมาะกับการใช้งานหนัก ทั้งการบรรทุกสิ่งของ หรือลากจูงได้อย่างเต็มพิกัด โดยสามารถลากจูงได้น้ำหนักสูงสุดถึง 3,500 กิโลกรัมมากที่สุดในรถระดับเดียวกัน พร้อมสามารถไต่ขึ้นลงทางลาดชันได้อย่างสบาย โดยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่มีความจุ 2.8 ลิตร และ 2.5 ลิตรนั้นยังถูกออกแบบมาให้มีอัตราความประหยัดน้ำมันอย่างเหนือชั้น

ความปลอดภัยเต็มพิกัด พร้อมให้ความมั่นคงทุกการขับขี่

โคโลราโด ใหม่ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ให้ความอุ่นใจอย่างเต็มที่ ดิสก์เบรกคู่หน้าพร้อมครีบระบายอากาศขนาด 300 มม. พร้อมระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก และระบบกระจายแรงเบรก (EBD)

-          TCS (Traction Control System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS และแรงบิดของเครื่องยนต์ในทุกรอบความเร็ว และในทุกสภาวะการขับขี่ ทั้งขณะออกตัว เข้าโค้ง หรือเบรกกะทันหัน

-          ESP (Electronic Stability Program) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว โดยระบบจะทำงานร่วมกับ TCS โดยทำการประเมินการเคลื่อนที่ของรถกับองศาการหมุนของพวงมาลัย หากเกิดการเสียสมดุล ระบบจะเพิ่มแรงเบรกในแต่ละล้อ รวมทั้งลดกำลังของเครื่องยนต์ เพื่อให้รถกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลและควบคุมได้ง่ายขึ้น (เฉพาะรุ่น LTZ)

-          PBA (Panic Brake Assist) ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน โดยระบบจะตรวจจับจากน้ำหนักการกดเท้าลงที่แป้นเบรกและจะช่วยเพิ่มกำลังและสั่งการให้ระบบ ABS ทำงานเร็วขึ้น อันจะช่วยลดระยะในการหยุดรถให้สั้นลงเมื่อเปรียบเทียบกับรถที่มีระบบเบรก ABS แต่ไม่มีระบบ PBA นี้ (ยกเว้นรุ่น LS)

-          CBC (Cornering Brake Control) ระบบสร้างสมดุลขณะเบรกในโค้ง โดยระบบจะควบคุมแรงดันเบรกและลงน้ำหนักในการเบรกไปยังล้อทั้งสี่อย่างอิสระจากกันอย่างเหมาะสม ซึ่งแรงดันและน้ำหนักในการเบรกในแต่ละล้ออาจแตกต่างกัน เพื่อช่วยสร้างสมดุลและการทรงตัว และลดอาการท้ายปัด (Oversteer) หรือดื้อโค้ง (Understeer) (เฉพาะรุ่น LTZ)

-          HBA (Hydraulic Brake Assist) ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก ทำงานเมื่อผู้ขับขี่ลงน้ำหนักเท้าไปที่แป้นเบรกอย่างรุนแรงขณะเบรกกะทันหัน (ยกเว้นรุ่น LS)

-          HBFA (Hydraulic Brake Fade Assist) ระบบชดเชยแรงดันน้ำมันเบรก ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่ทำการย้ำเบรกขณะเบรกกะทันหัน

ขณะที่ความปลอดภัยเชิงรับก็พร้อมปกป้องทุกคนในห้องโดยสาร ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าในรุ่น LTZ แชสซีส์ขนาดใหญ่ทนแรงบิดตัวได้สูง พร้อมคานขวางเสริมแรง โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก พร้อมคานเสริมนิรภัยกันกระแทกด้านข้าง พวงมาลัยนิรภัยยุบตัวอัตโนมัติ ช่วยลดแรงกระแทกช่วงอกจากการชนด้านหน้า และกระจกหน้าอัดซ้อนนิรภัย

ระบบกันสะเทือนให้ความมั่นคงในทุกย่านความเร็วตามแบบของเชฟโรเลต ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น พร้อมทอร์ชั่นบาร์และโช้กอัพแก็ส ขณะที่ด้านหลังใช้แบบลีฟสปริงแป้นรูปครื่งวงรีใช้วัสดุทำด้วยเหล็กกล้า พร้อมโช้กอัพแก็ส

 

Related posts:

Tags:

 

About the author

More posts by

 

0 Comments

You can be the first one to leave a comment.

Leave a Comment